เมื่อ “ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง” คือกุญแจสู่ความเป็นผู้นำระดับโลก
วันที่ 11 เมษายน 2567 กระแสการเติบโตของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ยังคงร้อนแรงทั่วโลก
และญี่ปุ่นก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่กำลังแสดงบทบาทสำคัญอย่างชัดเจนในเวทีนี้ โดยหนึ่งในบริษัทที่ถูกจับตามองอย่างมาก
คือ Towa Corporation ผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์สำหรับกระบวนการผลิตชิป

แรงหนุนจากความต้องการ หน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (High Bandwidth Memory: HBM)
และเทคโนโลยีชิปขั้นสูงสำหรับงาน AI ส่งผลให้หุ้นของ Towa ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 400%


สะท้อนให้เห็นไม่เพียงแต่โอกาสทางธุรกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ยังสะท้อนถึงศักยภาพของญี่ปุ่นในการก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในอุตสาหกรรม AI และเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก
ฮิโระคาซึ โอกาดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Towa ให้สัมภาษณ์ถึงแผนการเสริมความแข็งแกร่งของบริษัทในอุตสาหกรรมนี้
โดยชี้ให้เห็นว่า จุดแข็งสำคัญของ Towa อยู่ที่การครองเทคโนโลยีในขั้นตอนสำคัญของกระบวนการผลิตชิป นั่นคือ กระบวนการปิดผนึกชิป (Chip Encapsulation / Packaging)

ในอุตสาหกรรมนี้ วิธีการปิดผนึกหลักมีอยู่ 2 รูปแบบ ได้แก่
- Transfer Molding
- Compression Molding
โดยเฉพาะ Compression Molding ถือเป็นเทคโนโลยีที่มีความสำคัญอย่างมากสำหรับชิประดับไฮเอนด์ ซึ่ง Towa
เป็นหนึ่งในผู้นำของโลกในด้านนี้ และได้พัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวตั้งแต่ปี 2009 จนกลายเป็นความได้เปรียบเชิงเทคโนโลยีที่โดดเด่น
แนวทางของ Towa ชัดเจนมาก คือการเลือกแข่งขันในตลาดที่ต้องอาศัย ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูง มากกว่าการลงไปแข่ง
ด้านราคาในตลาดทั่วไป ปัจจุบันบริษัทผลิตเครื่องปิดผนึกชิปคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60% ของตลาดโลก และยังคงมุ่งรักษาความเป็น
ผู้นำด้วยการโฟกัสที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์ ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องใช้ทั้งองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์อย่างลึกซึ้ง


แนวคิดนี้สะท้อนบทเรียนสำคัญของภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ว่า
“การแข่งขันที่ยั่งยืน ไม่ได้มาจากการทำทุกอย่าง แต่เกิดจากการทำสิ่งที่ยากให้ดีที่สุด”
แม้ต้องเผชิญกับการแข่งขันจากผู้ผลิตต้นทุนต่ำ โดยเฉพาะจากจีน แต่ Towa ยังคงเติบโตได้ เพราะเลือกสร้างจุดยืนจาก
นวัตกรรม คุณภาพ และความแตกต่างที่เลียนแบบได้ยาก มากกว่าการแข่งขันแบบทั่วไป
ในระยะยาว Towa ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 100,000 ล้านเยน ภายในปี 2032 พร้อมแผนขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว
การที่มูลค่าหุ้นของบริษัทปรับตัวสูงขึ้น ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการลงทุนและสนับสนุนเป้าหมายทางธุรกิจในอนาคตได้อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ บริษัทก็ยังมองถึงโอกาสในการขยายธุรกิจผ่าน การควบรวมและซื้อกิจการ (M&A)
โดยย้ำว่าการเติบโตที่ยั่งยืนควรอยู่บนพื้นฐานของความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่เพียงการซื้อเพื่อขยายขนาดเท่านั้น
หัวใจสำคัญของความสำเร็จของ Towa จึงไม่ได้อยู่แค่ในเรื่องยอดขายหรือราคาหุ้น แต่คือแนวคิดของผู้ผลิตที่เชื่อมั่นใน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างอย่างแท้จริง เป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างความประหลาดใจให้ตลาด และสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าได้พร้อมกัน


บทเรียนที่ธุรกิจอุตสาหกรรมไทยนำไปใช้ได้
กรณีของ Towa แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วและการแข่งขันสูงขึ้นทุกวัน
องค์กรที่จะอยู่รอดและเติบโตได้อย่างแข็งแรง คือองค์กรที่มี ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Specialized Expertise)
มีความเข้าใจเชิงลึกในงาน และสามารถส่งมอบคุณค่าที่เหนือกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว
นี่คือมุมคิดที่สอดคล้องกับแนวทางของ ทูลลิ่ง เซอร์วิส เซ็นเตอร์ เช่นกัน เพราะในโลกอุตสาหกรรมจริง
ลูกค้าไม่ได้มองหาเพียงผู้ขายสินค้า หรือผู้ให้บริการทั่วไปเท่านั้น แต่กำลังมองหา
พาร์ตเนอร์ที่เข้าใจงานเชิงเทคนิคอย่างแท้จริง สามารถวิเคราะห์ปัญหาได้ตรงจุด
เลือกใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสม และยกระดับประสิทธิภาพของระบบการผลิตได้อย่างมืออาชีพ
ไม่ว่าจะเป็นงานที่ต้องอาศัยความแม่นยำสูง งานวิศวกรรมเฉพาะด้าน หรืองานบริการที่ต้องใช้ประสบการณ์
และความเข้าใจหน้างานจริง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่สร้างความแตกต่างในระยะยาว และเป็นเหตุผลว่า
ทำไม “ผู้เชี่ยวชาญตัวจริง” จึงยังคงมีคุณค่าเสมอในทุกยุคของอุตสาหกรรม
ในวันที่โลกกำลังขับเคลื่อนด้วย AI และเทคโนโลยีขั้นสูง บทเรียนจาก Towa จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของบริษัทญี่ปุ่นรายหนึ่งเท่านั้น
แต่เป็นภาพสะท้อนของความจริงข้อหนึ่งในภาคอุตสาหกรรมว่า
- ผู้ที่เข้าใจเทคโนโลยีลึกกว่า
- ย่อมสร้างมาตรฐานที่สูงกว่า
- และสร้างอนาคตที่แข็งแรงกว่า
ที่มา: Bloomberg Television
